ก.ค. 24, 2019
ในการวัด ชิ้นงาน พลาสติกที่รวดเร็ว โดยทั่วไปคาลิเปอร์จะถูกนำมาใช้
ซึ่งเป็นเครื่องมือที่มีลักษณะเป็นไม้บรรทัดที่มีก้ามปูวัดทั้งภายนอกและภายใน
และอาจมีขาเพื่อวัดความลึก
หลักการทำงานของคาลิเปอร์คือ ก้ามปูด้านหนึ่งจะอยู่กับที่ ส่วนก้ามปูอีกด้านหนึ่งจะเคลื่อนที่ไปตามสเกลวัด
ด้วยการวัดภายนอก ภายใน และความลึกของคาลิเปอร์ ทำให้สามารถตรวจวัดความคลาดเคลื่อนของชิ้นงานพลาสติกได้เกือบทั้งหมด
การแสดงค่าที่วัดได้ของคาลิเปอร์มี 3 แบบดังนี้
– แบบขีดสเกล
– แบบเข็ม
– แบบดิจิทัล
ในการใช้คาลิเปอร์วัดชิ้นงานพลาสติก หากแรงกดหรือสัมผัสของก้ามปูมากจนเกินไป อาจทำให้ค่าที่วัดได้เกิดความคลาดเคลื่อน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลาสติกที่มีความนิ่ม (เช่น TPE)
นอกจากนี้ หากตำแหน่งการวัดมีพื้นที่สัมผัสระหว่างก้ามปูกับผิวชิ้นงานน้อยเกินไป ก็อาจทำให้เอียงและเกิดความคลาดเคลื่อนของค่าที่วัดได้เช่นกัน
นี่คือเหตุผลว่าทำไมหลังจากการวัดชิ้นงานพลาสติกด้วยคาลิเปอร์แล้ว จึงมีความจำเป็นที่ต้องใช้เครื่องมือวัดที่เหมาะสมตรวจสอบซ้ำอีกครั้ง
ตัวอย่างเช่น เครื่องมือวัดแบบหัวเข็มเหมาะสำหรับการวัดภายในของชิ้นงานพลาสติก
ภาพ 1: เทคโนโลยีการวัด: คาลิเปอร์แบบขีดสเกล (ด้านล่าง) และดิจิทัล (ด้านบน)
ภาพ 2: เทคโนโลยีการวัด: คาลิเปอร์แบบเข็ม
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง:
เทคโนโลยีการวัด (Measuring Technology)
เกจสวม (Plug Gauge)
ข้อมูลและงานบริการจัดทำโดย:

พจนานุกรมอุตสาหกรรมพลาสติกจัดทำโดย PLEXPERT Canada Inc.
มี.ค. 23, 2020
คำจำกัดความของคุณภาพตาม DIN 55 350/T11 คือ “ลักษณะของกลุ่มที่อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม เพื่อตอบสนองความต้องการตามที่ระบุและประสงค์”
ปัจจัยต่าง ๆ ได้ถูกนำมาใช้ในการประเมินคุณภาพของ ชิ้นงานพลาสติก
วิธีที่ง่ายที่สุดคือ การประเมินคุณภาพด้วยสายตา
โดยผิวของชิ้นงานไม่ควรมีตำหนิจาก รอยประกายเงิน รอยไหม้ และ รอยยุบ
ในขณะที่การตรวจสอบขนาดสำหรับควบคุมการทำงานของ ชิ้นงาน
ซึ่ง การหด และ การบิดตัว จะเป็นเกณฑ์คุณภาพหลัก
แบบจะแสดงค่าพิกัดความเผื่อของชิ้นงานเพื่อใช้เป็นตัวชี้วัดคุณภาพ
การทดสอบทางกลต่าง ๆ มีความจำเป็นต่อความแข็งแรงของชิ้นงาน
โดยแรงขนาดที่กระทำบนชิ้นงานมีความแตกต่าง และขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งาน
การเรียงตัวของเส้นใย, รอยประสาน, โพรงอากาศ และความหนาของผนังอาจทำให้ชิ้นงานคุณภาพไม่ผ่านเกณฑ์
การเลือกใช้วัสดุและกระบวนการผลิตมีผลต่อปัจจัยด้านคุณภาพที่กล่าวมาทั้งสิ้น
การจำลองการฉีดขึ้นรูป และ การวิเคราะห์โครงสร้าง เพิ่มเติมจะเป็นตัวช่วยในการตรวจสอบคุณภาพของชิ้นงานได้ล่วงหน้า

คุณภาพ: ชิ้นงานสำหรับการตรวจสอบคุณสมบัติเชิงกลของวัสดุ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ได้คุณภาพสูงตามต้องการ
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง:
อัตราเฉือน (Shear Rate)
พจนานุกรมอุตสาหกรรมพลาสติกจัดทำโดย PLEXPERT Canada Inc.
ธ.ค. 2, 2021
แม่พิมพ์ฉีดประกอบไปด้วยโพรงแบบ อย่างน้อย 1 โพรงแบบ หรือ มากกว่า
จำนวนทั้งหมดของโพรงแบบมักจะถูกเรียกว่า จำนวนโพรงแบบ
ปรกติจะใช้ในกรณีที่โพรงแบบทั้งหมดเหมือนกัน
หาก แม่พิมพ์ มีจำนวนโพรงแบบมากก็จะสามารถผลิต ชิ้นงาน ต่อ 1 วัฏจักร ได้จำนวนมาก
ทำให้ลดเวลาการผลิตและต้นทุนของชิ้นงาน
แต่มีข้อเสียคือ หากเกิดข้อบกพร่องกับแม่พิมพ์หรือชิ้นงาน จะทำให้ผลผลิตต่ำกว่าเป้าหมายภายในระยะเวลาอันสั้น
และ แรงปิดแม่พิมพ์ จะเพิ่มสูงขึ้นตามจำนวนโพรงแบบ

แม่พิมพ์ฉีด: แม่พิมพ์หลายโพรงแบบที่มีจำนวนโพรงแบบเท่ากับ 4
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง:
พจนานุกรมอุตสาหกรรมพลาสติกจัดทำโดย PLEXPERT Canada Inc.
ต.ค. 19, 2021
ตำแหน่งที่กำหนดโดยพิกัด x y และ z ในระบบพิกัดคาร์ทีเซียนเรียกว่า จุด สำหรับการวิเคราะห์ไฟไนต์เอลิเมนต์
ในระบบ 2 มิติ หรือ 2.5 มิติ จุดเป็นส่วนหนึ่งของ เอลิเมนต์เส้น หรือ เอลิเมนต์สามเหลี่ยม
และในระบบ 3 มิติ จุดยังเป็นส่วนหนึ่งของเอลิเมนต์ ทรงสี่หน้า ทรงหกหน้า หรือปริซึม

การจำลอง: หนึ่งโหนดที่มีพิกัด x y z
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง:
เมชแบบพื้นผิว (Surface mesh)
แบบจำลองเชิงปริมาตร (Volume model)
พจนานุกรมอุตสาหกรรมพลาสติกจัดทำโดย PLEXPERT Canada Inc.
ธ.ค. 14, 2021
หลังจากที่ โพรงแบบ ถูกเติมเต็มด้วยพลาสติกเหลวประมาณ 95-98% ของปริมาตร
จะเป็นจุดเปลี่ยนระหว่าง ช่วงการเติม กับ ช่วงการอัด
และเรียกจุดนี้ว่า จุดสับเปลี่ยน VP (ลูกศรสีแดง ในกราฟเวลา-ความดัน)
เป็นการเปลี่ยนการเติมเต็มแบบควบคุมความเร็ว เป็นการเติมเต็มแบบควบคุมความดันในช่วงการอัด
ความดันโพรงแบบ สามารถช่วยหาจุดที่เหมาะสมสำหรับการสับเปลี่ยน

กระบวนการฉีดขึ้นรูป:
จุดสับเปลี่ยน VP (ลูกศรสีแดง) เป็นการเปลี่ยนจากช่วงการเติมเป็นการอัด
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง:
พจนานุกรมอุตสาหกรรมพลาสติกจัดทำโดย PLEXPERT Canada Inc.